Showing posts with label My Own Recipes. Show all posts
Showing posts with label My Own Recipes. Show all posts

Saturday, October 3, 2015



I had seen a pouch of black-eye pea in a pantry, my husband have it very long time. I just thought how to cook it because I never seen this kind of pea in Thailand before. Maybe I could find some recipes on the internet. Then I got more than expected. I started to soak it all and left it overnight.I intended to make it for lunch in the next day. In the next morning, it was boiled in a large pot, adding one teaspoon salt; it took about an hour at the medium-high heat then soaking in cold water and move to a colander bowl. The recipe I got needs some ingredients that I do not have so I had to modify the recipe by using what I have in the pantry and see how the taste would be. I named it Sweet & Sour Chicken Black-Eyed Pea


Ingredients:

8 Ounce Boiled black-eye peas
2 Boneless, skinless chicken breasts (About 1/2 pound)                 
½ Onion, sliced lengthwise.
2 Cloves    Garlic, chopped
½ Cup  Tomato ketchup (8 ounce) mixes with ½ Cup Sweet chili sauce
1 Tbsp Vegetable oil
1 Tbsp Kikkoman soy sauce
1 Tsp Ground black pepper; grinded
2 Tbsp Green onion; cut into small pieces
3 Baby carrots; diced or sliced)
Cooked Spaghetti (as you like) 


Make it:

  • Rinse chicken and fermented with Kikkoman sauce, vegetable oil and ground pepper left it at least ten minutes
  • Heat oil in a 10-inch skillet over medium-high heat.
  • Browned chicken with onion and garlic.
  • Add peas, baby carrots and green onions then stir for a minute.
  • Add tomato ketchup mix with sweet chili sauce, water or vegetable soup or chicken broth.
  • Cover and simmer 7-10 minutes then topped on Spaghetti serve for two.

Saturday, July 18, 2015

Yummy!!! 


Beside enjoy eating Creamy Potatoes Chicken Casserole, I and my husband also favor the following menu that I'm gonna share you guys. This recipe is medium spicy and sour. Let’s see.

Serving:           2-3 servings with rice 

Ingredients:

6-8          Small Potatoes; peeled and cut into four pieces
2             Boneless skinless chicken breasts; cut into bite‐size pieces
1 ½ Cup Water (or Chicken broth)
1 Cube    Chicken flavor (Don’t need if you use Chicken broth)
1 Cup      Baby carrot; half cut crosswise then lengthwise
1/4          Onion; cut 0.5-Inch lengthwise
1 Stalk    Green onion; cut into 1/2‐Inch
2 Tbsp.   Tomato sauce
1 Tbsp.   Chili sauce
1 Tbsp.   Vegetable Oil
1 Tbsp.    Lemon juice
1 Tbsp.    Kikkoman sauce (or other Soy bean sauce)
½Tsp.      Fresh Basil leaves (I use dried Basil leaves flake because no Fresh leaves)
1 Tsp.      Sugar
                Salt to taste

Make it:
  1. In a 5- to 6-qt saucepan or stockpot boil water, potatoes,  carrot and chicken flavor cube in medium-high heat just half done then transfer from heat set aside.
  2. In another a 7-qt saucepan or stockpot, heat oil on medium, add onions and sauté, stirring occasionally, 5 to 7 minutes until tender.
  3. then add chicken sauté for 2 more minutes or until the color pink disappear
  4. Stir in Tomato sauce and Chili sauce 1 minute or more.
  5. Pour all potatoes and carrot boiled into, increase heat to medium-high. Bring to a boil, then reduce heat to a simmer and cook until potatoes and carrot tender uncovered, 5 minutes or more.
  6. Season with salt, Kikkoman sauce, sugar, lemon juice, Green onion and Basil leaves stirring and transfer from heat. Serve with rice. (If your prefer more spicy just add red pepper or more Chili sauce)
I sometime served with Cooked Rotini or spiral pasta. My husband like this very much, he drank lot water every time having spicy foods.






Thank you for visiting


Wednesday, July 15, 2015

จะว่าไปแล้วการมี “ขนดก” นี่ก็ดีนะ ถ้ามันดกใน “ที่ ๆ ควร”  เช่น ที่คิ้ว ที่ตา ที่ศีรษะ แต่ถ้าไปดก “ที่อื่น” แล้วละก็ อาจทำให้สาว ๆ ขาดความมั่นใจในตัวเองจนกลายเป็น “ปมด้อย” ที่ต้องคอย “ซ่อนเร้น หรือ กำจัด”  ด้วยวิธีต่าง ๆ

เรามี สูตรทำแว็กซ์น้ำตาล หรือ Sugar Wax แสนง่าย และที่ไม่มีสารเคมีผสม มาฝาก.....  เพราะตัวเองเป็น “สาวห้าว” ที่มี “ขนขาดก+ดำ” เส้นหญ่าย และยาววววมว๊าก ทั้งที่ก็ไม่เคยถอน หรือโกน หรือทำอะไรกับมันทั้งสิ้นแต่มันก็ดกเอ๊าดกเอา...แถม “หยักศก” อีกต่างหาก…..ตอนเป็นนักศึกษาก็ไม่เดือดร้อนเพราะเจ้าขนขานี่ เพราะใส่กางเกงตลอด แต่พอเรียนจบ ปัญหาเกิดเลย....อ๊าย...อาย...เพราะต้องใส่กระโปรงไปทำงานทุกวัน วิธีแก้ปัญหา คือเสียเงินซื้อถุงน่องมาสวม.....การใส่ถุงน่องทำให้เรียวขาดูสวยงามนวลเนียนขึ้นมาเป็นกอง (ขาแบบโต๊ะสนุก..ไม่เกี่ยวนะ) ถ้าไม่ตั้งอกตั้งใจดูอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็ไม่มีทางเห็นขนขาเราหร้อก..และนับว่าสวรรค์ยังปรานีที่ไม่ใส่ “หนวดเขียวครึ้ม” เหนือริมฝีปากมาให้ด้วยเหมือนสาว ๆ บางคน แต่จะว่าไป จริง ๆ ถ้าเปลี่ยนขนจากที่ขามาขึ้นที่แขนแทน นี่น่าดีกว่า เพราะเราชอบผู้หญิงที่มีขนแขนยาว ๆ สลวย ๆ น่าลูบไล้อ่ะ....
            ครั้นพออายุอานามย่างกรายเข้าเลขสามสิบแก่ ๆ ตำแหน่งหน้าที่การงานก็ “แก่” ตามไปด้วย ดังนั้นจึงได้อภิสิทธิ์ไม่ต้องสวมชุดยูนิฟอร์มที่บริษัท จัดให้ทุกปี แถมยังใส่กางเกงไปทำงานก็ได้ ไม่ว่าอะไร นั่นแหละตั้งแต่นั้นมาก็ไม่ได้สวมใส่กระโปรงอีกเลย ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อถุงน่อง ไม่ต้องเสียเวลาซักด้วย
          อยู่มาวันหนึ่ง เกิดเปลี่ยนใจ ไม่อยากใช้ชีวิต “โสด” ไปจนตาย เพราะอายุอานามก็ขยับใกล้เกษียณเข้าไปทุกขณะ...เหมือนฟ้าจะปรานี (หลังจากปล่อยให้หา “ผู้ชาย” อยู่เป็นปี) ส่งชายคนหนึ่งจากคนละฟากฟ้ามาให้ และได้ตกร่องปล่องชิ้นแต่งงานกันเป็นที่เรียบร้อย แต่..แต่ว่า....หนุ่มผู้นี้บอกว่า “ผมไม่ชอบผู้หญิงที่มีขนขากับขนจั๊กแร้” ว้าว! โชคดีที่เราไม่มีขนใต้วงแขนมานานเกือบสิบปี แต่ว่า...ขนขายังอยู่ครบ....เอาไงดี...ต้องวิ่งโร่หาซื้อแว็กซ์ และไปได้ที่ แพลทตินั่มประตูน้ำ (พอดีไปหาซื้อกางเกงยีนส์)...ราคา”ฮันนี่แว็กซ์” ขวดหนึ่งไม่ใช่ถูก ๆ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าจ่ายไป เกินสองร้อยอ่ะ (ร้อยห้าสิบก็แพงแล้วสำหรับเรานะ)
            เราว่าการถอนขนขาด้วยวิธีแว็กซ์ นี่ถึงมันจะเจ็บแต่ก็ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว ข้อดีคือ ขนใหม่จะขึ้นช้า ขนบางเส้นที่อ่อนแออาจสูญพันธุ์ไปเลย (สังเกตเอาว่ามันหายไป) แต่ข้อเสียก็มี คือจะเกิด “ขนคุด” เพราะขนบางเส้นมันไร้ความสามารถที่จะโผล่ให้ทะลุหนังชั้นนอก เวลาเกิดขนคุด มันจะอักเสบเป็นรอยแดงรอบ ๆ รูขุมขน และทำให้รู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ แล้วก็จะเกา ๆ ๆ จนถลอก ถ้ารำคาญมากนักก็จะใช้ปลายแหนบขุด ๆ เขี่ย ๆ จนผิวหนังเปิดอก “อัญเชิญ” ขนเส้นนั้นให้โผล่ขึ้นมา และถ้ามันยาวพอที่แหนบคีบติดก็ถอนมันเดี๋ยวนั้นเลย....
หลายสัปดาห์ก่อนได้เจอบทความหนึ่ง ที่ถูกอกถูกใจยิ่งนัก DIY hair removal  จึงอยากจะเอามาเล่า เผื่อว่าหนู ๆ สาว ๆ ที่นิยมซื้อแว็กซ์มา “ถอนขน” ขาตัวเอง เกิดสนใจใคร่จะลอง มันทั้งประหยัดทรัพย์ในกระเป๋า ประหยัดเวลาไม่ต้องย้ายก้นไปนั่งรอคิวที่ร้านเสริมสวย....เริ่มเลยน๊า...

วิธีทำซูการ์แว็กซ์ (Sugar Wax)

  • ส่วนผสมที่ต้องใช้

  1. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ (เปรี้ยวปากขึ้นมาเชียว)
  2. น้ำตาล 1 ถ้วย
  3. แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
  4. เศษผ้า Cotton  ตัดเป็นชิ้น กว้าง 2.5 นิ้ว ยาว 7 นิ้ว จำนวน 6 ชิ้น (ยาวกว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าสั้นกว่าอาจทำให้ดึงได้พื้นที่สั้น ๆ เพราะต้องเผื่อขอบผ้าไว้จับกระตุก)

  •  วิธีทำ

ผสมน้ำมะนาว และน้ำตาลในหม้อใบน้อย เอาขึ้นตั้งไฟเคี่ยวโดยใช้ไฟกลาง-ต่ำ กวนไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ จนกระทั่งเดือด จึงหรี่ไฟให้ต่ำสุดแล้วปล่อยให้อุ่นต่อไปจนเป็นเนื้อเนียนเป็นสีทอง ไม่ต้องใส่ใจเวลาและอุณหภูมิ สามารถเคี่ยวไปจนกลายเป็นสีทองเข้ม ๆ ยิ่งดี 

วิธีใช้ : ใช้เมื่อเย็นตัวแล้ว

  • ก่อนอื่นต้องล้างขาให้สะอาดปราศจากเหงื่อไคล ไขมัน ซะก่อน และขัดเบา ๆ เพื่อให้ได้ผลดี เสร็จซับผิวให้แห้ง
  • โรยแป้งข้าวโพด บาง ๆ ลงบนผิว เกลี่ยให้ทั่ว
  • ตักแว็กซ์ทาลงบนขาขนาดพื้นที่เท่าเศษผ้าหนึ่งชิ้น เกลี่ยเนื้อแว็กซ์ให้ทั่ว 
  • วางเศษผ้าปิดทับ และกดลงไปทั่วแผ่น
  • กระตุกปลายผ้าจากด้านล่างขึ้นด้านบนอย่างรวดเร็ว (กระตุกครั้งเดียวเร็วแบบย้อนแนวขน) ความเหนียวของแว็กซ์ จะติดขนดึงให้หลุดออกมา 
  • ทำซ้ำ ทีละครั้ง ๆ จนหมด
  • นำขาของตัวเองไปล้างน้ำ ล้างง่ายไม่ต้องกังวล อย่าลืมล้างเศษผ้าด้วยนะ (แล้วเก็บไว้ใช้ได้อีกชั่วลูกหลานละเลย)
  • บำรุงผิวด้วย Oil หรือ Baby Oil ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรบางครั้งเราก็ลืมที่จะใช้เหมือนกัน
  • ถ้ามีแว็กซ์เหลือจากการใช้ ก็สามารถเก็บใส่ภาชนะที่ปิดฝาแน่น ๆ ใส่ตู้เย็นไว้ใช้ครั้งหน้าได้ 
           “เคล็ดลับ” ของความเหนียว น่าจะเป็นเพราะการโรยแป้งข้าวโพดนี่เอง ที่คิดอย่างนี้ก็เพราะว่าสินค้าที่เราเคยซื้อมาใช้ ไม่มีแป้งข้าวโพดใส่มาด้วย และไม่ได้บอกว่าควรใช้....นั่นซิ! เราว่าบางยี่ห้อหลังเปิดใช้แล้วยังไม่หมด พอเอามาใช้อีกครั้งมันไม่ค่อยเหนียวเหมือนตอนใช้ครั้งแรก ขนไม่ติดผ้าออกมาเลย ต้องทิ้งไปเลย)

          เป็นไงจ๊ะสาว ๆ?  ง่ายซะไม่มี.....ที่เล่าวิธีมาให้ฟังนี่ คนเขียนก็ยังไม่ได้ลองทำนะ เหตุผลน่ะมี...คือตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2015 ได้แว็กซ์ขนขาก่อนเข้าพิธีแต่งงาน แล้วก็ไม่ได้แว็กซ์อีกเลยจนถึงเดี๋ยวนี้ (หกเดือน) เพราะกว่าขนจะขึ้นก็สอง-สามเดือน ซึ่งเดินทางมาอยู่เอมริกาแล้ว (แว็กซ์ที่เหลือก็ไม่ได้หยิบใส่กระเป๋ามาด้วย) ขนขามันก็ขึ้นนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่พร้อมกัน ดังนั้นต้องพึ่งพา “แหนบ” แต่ถ้าจะใช้แว็กซ์ จริงๆ ก็ต้องปล่อยให้ขนขายาวประมาณ 1 ซม. ถึงจะติดผ้าออกมา เพราะขนเส้นใหญ่+แข็งแรงมว๊ากกว่าปกติ....เอาเป็นว่าใครลองทำแล้วได้ผลเป็นไงช่วยส่งข่าวหน่อยละกันนะคะ....

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาค่ะ
Credit: iherb blog